พันธบัตร (Bond) ก็คือ สลิปกู้ยืม นั่นเอง เหมือนกับเวลาคุณกู้เงินธนาคาร — แต่คราวนี้กลับกัน
พันธบัตร = คุณให้รัฐบาลยืมเงิน
รัฐบาลเป็น "ลูกหนี้" คุณเป็น "เจ้าหนี้"
รัฐบาลออกพันธบัตรขายให้นักลงทุน โดยรัฐบาลจะจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายปี และเมื่อครบกำหนด (อายุพันธบัตรหมด) ก็จะคืนเงินต้นให้
เป็นพันธบัตรที่ รัฐบาลสหรัฐอเมริกา กู้ยืมเงินโดยกำหนดระยะเวลา 10 ปี
ตัวย่อ: US 10Y Treasury หรือ UST 10Y
ชื่อเต็ม: 10-Year Treasury Note (TN)
สหรัฐฯ ออกพันธบัตรหลายอายุ: 2ปี, 5ปี, 10ปี, 20ปี, 30ปี โดยพันธบัตร 10 ปีเป็นตัวที่มีผลกระทบมากที่สุดในโลกการเงิน
เมื่อคุณซื้อพันธบัตร $10,000 ที่ดอกเบี้ย 4% รัฐบาลจะจ่ายเงินให้คุณปีละ $400
Yield ปัจจุบัน (17 พ.ค. 2569): ประมาณ 4.4%
เพราะ US 10Y Yield มีผลกระทบต่อทุกอย่างในโลกการเงิน
พันธบัตรที่ออกมาแล้วสามารถซื้อขายในตลาดรองได้ ดังนั้นราคาจึงเปลี่ยนได้
กฎ: ราคาพันธบัตร ↕ ดอกเบี้ย (Yield) ↕
ซื้อแพง → ได้ดอกเบี้ยต่ำ | ซื้อถูก → ได้ดอกเบี้ยสูง
พันธบัตรจ่ายดอกเบี้ย $400/ปี แต่คุณซื้อในราคาที่ต่างกัน:
*ดอกเบี้ยที่จ่ายคงที่ $400 แต่ซื้อราคาต่างกัน = yield ต่างกัน
Yield Curve คือกราฟแสดงอัตราดอกเบี้ยพันธบัตร US ทุกอายุ
เรียกว่า Normal / Upward Sloping — ยาวกว่า = ได้ดอกเบี้ยสูงกว่า (เพราะยอม lock เงินนาน)
⚠️ Inverted Yield Curve (กราฟคว่ำ):
เมื่อ yield 2ปี > 10ปี แปลว่าตลาดคาดว่าดอกเบี้ยจะลงในอนาคต ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนเศรษฐกิจถดถอย — เคยเกิดขึ้นหลายครั้งก่อน recession
🎯 US 10Y Treasury Yield = ดอกเบี้ยที่รัฐบาลสหรัฐจ่ายเมื่อกู้ยืม 10 ปี
• เป็น "ตะกร้าพื้นฐาน" (benchmark) ของอัตราดอกเบี้ยโลก
• ทุกธนาคารกลาง ทุกธนาคารพาณิชย์ และนักลงทุนทั่วโลก เฝ้าดูตัวเลขนี้ตลอด
• Yield ขึ้น = ตลาดหุ้น ตลาดคริปโต และเศรษฐกิจโลก รับแรงกดดัน
• Yield ลง = ทุกอย่างได้รับแรงหนุน แต่อาจเป็นสัญญาณเศรษฐกิจแย่
• ถือว่า "ไม่มีความเสี่ยง" (Risk-Free Rate) เพราะรัฐบาลสหรัฐจ่ายหนี้เป็น